ข้อแนะนำก่อนเลือกสมัครงาน
มีคำแนะนำในการเลือกสมัครงานให้คุณทดลองปฏิบัติดู สำหรับผู้ที่สมัครมาแล้วหลายแห่ง แต่ยังไม่
เรียกตัวไปสัมภาษณ์เสียที หรือสำหรับผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ และเริ่มต้นจะไปสมัครงาน คุณควรทำดังนี้
1. หาตำแหน่งว่างหลายๆ วิธี
2. สอบถามแหล่งงานจากเพื่อน ญาติสนิท
3. สมัครงานตามประกาศโฆษณาตามหนังสือพิมพ์ กพ. กรม กอง
4. ให้ชื่อหรือสมัครงานผ่านสำนักจัดหางานของเอกชน
5. ให้ชื่อหรือสมัครงานผ่านสำนักจัดหางานของรัฐบาล
6. ค้าหาตำแหน่งงานจากฝ่ายแนะแนวของสถานศึกษาต่างๆ
7. เขียนประวัติของตนเองอย่างเป็นขั้นตอน
8. ในกรณีที่คุณอ้างอิงชื่อใครเป็นผู้รับรอง คุณได้ติดต่อกับเขาและขออนุญาตเขาแล้ว
9. เขียนจดหมายปะหน้าใบประวัติการทำงาน พร้อมทั้งลงชื่อในจดหมายให้เรียบร้อย
10. ติดตามเพื่อขอนัดหมายเวลาเพื่อการสัมภาษณ์โดยติดตามทางโทรศัพท์ด้วยตนเอง
11. ฝึกซ้อมการสัมภาษณ์ก่อนเข้าสัมภาษณ์จริง
12. แต่งการไปสัมภาษณ์ด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดเรียบร้อย
13. ไปถึงสถานที่นัดสัมภาษณ์ให้ตรงต่อเวลา
14. จำชื่อผู้สัมภาษณ์ให้แม่นยำ
15. ตอบปัญหาอย่างเชื่อมั่นและชัดเจน
16. หากถูกสอบถามเรื่องเงินเดือนที่ต้องการ จงตั้งคำถามกลับไปว่า ความรู้ความสามารถ และในระดับตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับคุณ บริษัทจ่ายได้เท่าไหร่
17. อย่าเรียกร้องเงินเดือน หรือค่าจ้างก่อนที่เขาจะตอบตกลงจ้างคุณ หรือแสดงความสนใจว่าจะรับ หรือแสดงความสนใจว่าจะรับคุณเข้าทำงาน
ก่อนที่จะสมัครงานนั้น คุณควรจะรู้เรื่องอะไรบ้าง สิ่งแรกก็คือ "ตัวบริษัท"
คุณควรจะรู้เรื่องของบริษัท ที่ต้องการจะรับสมัครงานดังนี้
1. บริษัทนั้นดำเนินธุรกิจอะไร เช่น อุตสาหกรรม บริการ ค้าขาย ฯลฯ
2. ผลผลิตของบริษัทนั้นคืออะไร ถ้าเป็นธุรกิจอุตสาหกรรม เขาผลิตอะไร เช่น เครื่องไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ ถ้าเป็นธุรกิจบริการ เขาให้บริการอะไร ท่องเที่ยว สถานพยาบาลหรือหากเป็นธุรกิจ ค้าขาย เขาค้าขายอะไร รถยนต์ เครื่องใช้ในบ้าน หนังสือ ฯลฯ
3. ที่ตั้งของบริษัทตั้งอยู่ที่ไหน เดินทางไปอย่างไร กรณีที่ตั้งบริษัทอยู่ไกลมีรถบริการหรือไม่ มีบ้านเช่าใน บริเวณใกล้เคียงหรือไม่ ค่าเช่าถูกหรือแพงแค่ไหน
สิ่งต่อไปที่ควรรู้คือ "ตำแหน่งงาน" โดยปกติทั่วไป บริษัทที่ลงโฆษณาประกาศรับสมัครงานมักจะแจ้ง ไว้แล้วว่า ต้องการบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งอะไร และผู้สมัครควรมีคุณสมบัติอย่างไร วัตถุประสงค์ก็ เพื่อว่าให้ผู้สมัคร ได้สำรวจตนเองว่ามีคุณสมบัติเบื้องต้นตามที่เขาประกาศโฆษณาหรือไม่ ถ้าตรงนั่นก็ แสดงว่าคุณผ่านการคัดเลือกแล้วขั้นหนึ่ง แต่สิ่งที่คุณควรจะทราบต่อไป ก็คือ
1. ลักษณะงาน คุณควรจะทราบว่าตำแหน่งที่เขาประกาศรับสมัครอยู่นั้น เขาจะให้ทำหน้าที่อะไร
2. หน้าที่เหล่านั้นต้องปฏิบัติอย่างไร ต้องใช้ความสามารถทางด้านไหน เช่นถ้าเขาต้องการตำแหน่งพนัก งานขาย หน้าที่ก็คือการขายสินค้า คนที่จะทำหน้าที่เป็นพนักงานขายนั้น ควรมีความสามารถในด้าน
3. ตำแหน่งงานที่รับสมัครนี้ต้องรายงานกับตำแหน่งอะไรบ้าง
สิ่งสุดท้ายคือ "ค่าตอบแทน" ซึ่งประกอบด้วยเงินเดือน หรือค่าจ้าง สวัสดิการต่างๆ เป็นต้น ทั้งสาม ประการที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เป็นสิ่งที่คุณควรทราบก่อนที่คุณจะตัดสินใจเขียนใบสมัครงาน คุณอาจจะ สงสัยว่าเมื่อทราบข้อมูลเหล่านี้แล้ว จะช่วยอะไรคุณได้บ้าง สิ่งที่ช่วยคุณได้คือ
1. ข้อมูลด้านตำแหน่งงาน จะเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดที่จะให้คุณพิจารณาว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามที่ บริษัทนั้นๆ ต้องการหรือไม่
2. ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ จะเป็นข้อมูลบอกว่างานนั้นต้องทำอะไร ทำอย่างไร เพื่อคุณจะได้พิจารณาว่า คุณถนัดหรือชอบลักษณะงานแบบนั้นหรือไม่ เพราะว่าบางครั้งคุณอาจมีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทต้องการ ในตำแหน่งเหล่านั้น แต่คุณอาจไม่ชอบหรือไม่ถนัดลักษณะงานแบบนั้นก็ได้ เมื่อคุณพิจารณาข้อมูลนี้รวม กับข้อมูลข้อ 1 ก็จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คุณตัดสินใจได้แล้วว่าคุณควรจะสมัครงานในตำแหน่งนั้นๆ หรือ ไม่ อีกทั้งยั้งเป็นข้อมูลสำหรับให้คุณเตรียมตัวก่อนเข้าสัมภาษณ์อีกด้วย
3. ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่ง จะต้องรายงานกับใคร ตำแหน่งไหนบ้าง จะเป็นข้อมูลประกอบให้คุณได้ ทราบว่าเมื่อคุณได้เข้าไปทำงานแล้ว คุณจะอยู่ตรงไหนในโครงสร้าง ตำแหน่งของบริษัท โอกาสที่คุณจะ ก้าวหน้าในหน้าที่การงานมีมากน้อยแค่ไหน และจะเป็นข้อมูลที่ช่วยบ่งชี้ถึงลักษณะหน้าที่งานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
4. ข้อมูลเกี่ยวกับตัวบริษัท ที่สำคัญที่สุดก็คือ ที่ตั้งที่คุณจะต้องไปสมัครงานหรือไปทำงาน เมื่อ บริษัทตอบรับคุณเข้าทำงานแล้ว ไม่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณแน่นอนเมื่อคุณจะไปสมัครงานหรือทำงานยัง บริษัทนั้นๆ แต่ไม่ทราบว่าสำนักงานที่เขารับสมัครงานนั้นอยู่ที่ไหนเดินทางไปอย่างไร ต้องใช้เวลาเดินทางสักเท่าไร มีผู้ที่สมัครงานทางจดหมายหลายรายที่ต้องพบกับความผิดหวังเพราะเหตุนี้ เพราะว่าได้รับรู้ที่ตั้งมาจากประกาศ แต่พอถึงเวลาไปสมัครหรือสัมภาษณ์ กลับไปไม่ถูกเพราะไม่เคยไปมาก่อน ทำให้ต้องพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
5. ในส่วนของประเภทธุรกิจ ชนิดของผลิตภัณฑ์ ข้อมูลส่วนนี้ให้คุณเตรียมหาไว้เพื่อเตรียมตัวเวลาสัมภาษณ์คุณจะได้มีอะไรพร้อมที่จะพูดคุยกับเขาได้บ้าง รวมถึงบางบริษัทจะมีคำขวัญประจำปีของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารต่างๆ เวลาที่เขาถามคุณ ถ้าหากคุณตอบไม่ได้เขาจะคิดว่าคุณไม่ได้ให้ความสนใจบริษัทเขาอย่างแท้จริง ดังนั้นโอกาสที่คุณจะได้งานทำก็น้อยลง
6. ข้อมูลเรื่องเงินเดือนค่าจ้าง ที่ควรจะทราบก็คือ อัตราค่าจ้างรายวัน และอัตราค่าจ้างรายเดือนตามวุฒิการศึกษา คุณจะได้รู้ว่าคุณพอใจกับอัตราเงินเดือนที่เขาเสนอให้หรือไม่ ถ้าคุณคิดว่าความสามารถของคุณเพียงพอที่จะเรียกเงินเดือนสูงๆ ได้ ก็ไม่ควรเขียนจดหมายสมัครงานไปยังบริษัทที่เสนอเงินเดือนให้ต่ำ คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเขียนจดหมาย เสียค่าแสตมป์ ซองจดหมายไปเปล่าๆ และผู้อ่านก็ไม่ต้องเสียความรู้สึกด้วย |